iTopPlus1109566448139

 แมลงสาบ (Cockroach) 

แมลงสาบเป็นแมลงดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้มานานประมาณ 250 ล้านปี โดยสันนิษฐานจากหลักฐานซึ่งเป็นฟอสซิล ที่ถูกค้นพบ แมลงสาบที่พบทั่วโลกมีทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ชนิด (Species)

ความสำคัญทางการแพทย์และสาธารณะสุขของแมลงสาบ

แมลงสาบมีความสำคัญทางการแพทย์และสาธารณะสุข เนื่องจากเป็นพาหะสำคัญที่สามารถนำเชื้อโรคต่างๆ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราหรือโปรโตซัว ติดต่อมาสู่มนุษย์ได้โดยที่เชื้อโรคเหล่านี้ติดมากับขาหรือลำตัวแมลงสาบขณะออกหากินตามบริเวณที่สกปรกหรือเชื้อโรคเหล่านี้อาจถูกแมลงสาบกินเข้าไปสะสมในระบบทางเดินอาหาร ทำให้เชื้อโรคต่างๆสามารถปนเปื้อนในอาหารหรือภาชนะที่แมลงสาบเดินผ่านได้ กลไกการแพร่เชื้อโรคของแมลงสาบจึงเกิดจากพฤติกรรมการออกหาอาหารและการกินอาหารตามสิ่งปฏิกูล และในขณะที่แมลงสาบเดินนั้น มันจะสำรอกและถ่ายมูลไปตลอดทาง ดังนั้น โรคที่มีแมลงสาบเป็นพาหะส่วนใหญ่จึงเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง บิด ไทฟอยด์และอาหารเป็นพิษ อย่างไรก็ตามแมลงสาบยังสามารถเป็นพาหะนำโรคอื่นๆได้ เช่น โรคเรื้อน กาฬโรค ตับอักเสบ หอบหืด ภูมิแพ้หรือโรคผิวหนัง นอกจากนี้มีรายงานว่าแมลงสาบสามารถเป็นโฮสต์กึ่งกลาง (Intermediate Host) ของพยาธิหลายชนิด เช่น พยาธิปากขอ (Ancylostoma Duodenale) พยาธิไส้เดือนกลม (Ascaris Lumbricoides) พยาธิตืดแคระ (Hymenolepis Nana) พยาธิตืดวัว (Taenia Saginata) พยาธิใบไม้โลหิต (Schistosoma Haematobium)

จากรายงานการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่าแมลงสาบเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดโดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็ก แมลงสาบจะปล่อยสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ออกมาสู่บริเวณที่เดินผ่านหรือฟุ้งลอยอยู่ในอากาศ เมื่อมนุษย์สัมผัสสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาพอสมควร จะก่อให้เกิดโรคดังกล่าวได้ สารก่อภูมิแพ้เหล่านี้เชื่อว่าเกิดมาจากมูลหรือสารบางอย่างบนตัวของแมลงสาบ ผลจากการวิจัยจากหลายแห่งพบว่า มีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดจำนวนไม่น้อยให้ผลการทดสอบที่เป็นบวกต่อการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ที่สกัดจากแมลงสาบอเมริกันและแมลงสาบเยอรมัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแมลงสาบทั้งสองชนิดเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว

ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของแมลงสาบ

วงจรชีวิตและนิเวศวิทยา

แมลงสาบมีการเจริญเติบโตแบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete Metamorphosis) ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและขนาด วงจรชีวิตประกอบด้วย 3 ระยะ คือ

• ไข่ (Egg)

• ตัวอ่อนหรือตัวกลางวัย (Nymph)

• ตัวเต็มวัย (Adult)

ตัวอ่อนมีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัย โดยตัวอ่อนระยะแรกที่ออกจากไข่จะยังไม่มีปีก เมื่อผ่านการลอกคราบ 2 – 3 ครั้ง จะเริ่มมีปีกและอวัยวะสืบพันธุ์ค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นจนเป็นตัวเต็มวัยที่มีปีกเจริญเต็มที่และอวัยวะสืบพันธุ์สมบูรณ์ ไข่ของแมลงสาบมีปลอกหุ้มเรียกว่า ฝักไข่ (Ootheca) ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว ส่วนมากมีสีน้ำตาลแดง จำนวนของไข่แต่ละฝักจะแตกต่างกันในแต่ละชนิด โดยทั่วไปจะมีฝักละประมาณ 16 – 30 ฟอง แมลงสาบสามารถวางไข่ได้หลายชุด

บางชนิดวางได้ถึง 90 ชุด ซึ่งลักษณะการวางไข่องแมลงสาบแต่ชนิดแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ชอบวางไข่ในตู้ทึบ ลิ้นชักหรือกล่องกระดาษ เป็นต้น นอกจากนี้อาจวางไข่อยู่ตามซอกหรือมุมห้อง บางครั้งอาจวางไข่ติดกับฝาผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้ ไข่ของแมลงสาบจะฟักภายในระยะเวลา 1 – 3 เดือน

แมลงสาบตัวเต็มวัยมีตัวแบนรีรูปไข่ ความยาวของลำตัวตั้งแต่ 1 – 8 เซนติเมตร มีสีต่างๆกัน ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนถึงดำ บางชนิดอาจมีสีอื่นที่ค่อนข้างแปลกตา เช่น สีส้มหรือสีเขียว โดยทั่วไปแมลงสาบตัวเมียจะอ้วนกว่าตัวผู้ หัวมีลักษณะคล้ายผลชมพู่ คือด้านบนป้านส่วนด้านล่างเรียวลง สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ส่วนหัวจะติดกับส่วนอกโดยมีคอเล็กๆเชื่อมอยู่ แมลงสาบอาจมีปีกหรือไม่มีก็ได้ ปกติพวกที่มีปีกเจริญดี จะมีปีก 2 คู่ ปีกคู่แรกจะแข็งกว่าปีกคู่หลัง ทั้งนี้ปีกคู่หลังมีลักษณะเป็นเยื่อบางๆซ้อนทับอยู่ใต้ปีกคู่แรกแม้ว่าแมลงสาบจะสามารถบินได้ แต่โดยทั่วไปมักเดินหรือวิ่งมากกว่า จะบินกรณีที่ถูกรบกวนเท่านั้น

แมลงสาบมีขา 3 คู่ ขาคู่หน้าเล็กกว่าขาคู่หลัง ขามีลักษณะเป็นขาสำหรับวิ่งจึงทำให้แมลงสาบวิ่งได้เร็วมาก มีหนวดยาวเรียวแบบเส้นด้าย 1 คู่ มีขนเล็กๆจำนวนมากอยู่รอบๆหนวด ปากมีลักษณะเป็นแบบกัดเคี้ยว สามารถกินอาหารได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ แต่ส่วนมากชอบกินเศษอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาล ซากสัตว์หรือแมลงที่ตายแล้ว น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ กระดาษหรือแม้แต่ผ้า เป็นต้น แมลงสาบมีนิสัยชอบกินอาหารและถ่ายอุจจาระออกมาตลอดทางที่เดินผ่าน ชอบออกหากินเวลากลางคืนและมักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่มีบางชนิดที่ออกหากินในเวลากลางวัน

แมลงสาบมีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น ปัจจุบันพบว่ามีการแพร่กระจายไปทั่วโลกอาจจะติดไปกับสินค้าจำพวกหีบห่อหรือลังไม้ที่ขนส่งไปทางเรือหรือรถบรรทุก อย่างไรก็ตาม ยังคงพบแมลงสาบในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนมากกว่าพื้นที่ที่อากาศหนาวเย็น แมลงสาบชอบอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ท่อระบายน้ำ ร้านขายของชำ ร้านอาหาร ห้องครัวในโรงพยาบาลหรือโรงแรม โกดังเก็บสินค้าทางการเกษตรหรือกระดาษ เป็นต้น ชอบอาศัยในที่มืด อบอุ่นและมีความชื้นสูง ถ้าเห็นแมลงสาบแม้เพียงเล็กน้อยในเวลากลางวัน แสดงว่าพื้นที่นั้นมีแมลงสาบชุกชุม นอกจากนี้การที่จะดูว่าแมลงสาบมีจำนวนมากหรือไม่ ยังสังเกตได้จากการพบซากของแมลงสาบที่ตายแล้ว คราบที่ลอกเมื่อแมลงสาบมีการเปลี่ยนวัย ฝักไข่ที่ฟักแล้วรวมทั้งมูลของแมลงสาบ

ชนิดของแมลงสาบที่สำคัญ

image 1

แมลงสาบที่พบมากในประเทศไทย

1. แมลงสาบอเมริกัน (American Cockroach, Periplanta America)

image 2

• เป็นแมลงสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในบ้านเรือน

• ลำตัวสีน้ำตาลแดงมันวาว

• ส่วนหัวมีจุดสีดำขนาดใหญ่ 2 จุด ล้อมรอบด้วยวงเส้นสีเหลือง

• หนวดเรียวและยาวกว่าลำตัว

• ตัวผู้ยาว 33 – 40 มิลลิเมตร ตัวเมียยาว 30 – 35 มิลลิเมตร

• มีปีกยาวถึงปลายของส่วนท้อง

• พบมากตามท่อระบายน้ำ

• หลังจากโตเต็มวัยแล้ว 4 - 7 วันเริ่มผสมพันธุ์

• วางไข่ครั้งละ 16 - 28 ฟอง ( 1 ฝักไข่ )

• ตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ 22– 40 ฝัก

• ฟักไข่ภายใน 30 - 46 วัน

• ตัวเต็มวัยมีอายุประมาณ 212 - 294 วัน

• ชอบอากาศอบอุ่นและชื้น

2. แมลงสาบเยอรมัน (German Cockroach, Blattella Germanica)

image 3

• เป็นแมลงสาบขนาดเล็ก

• มีหนวดเรียวและยาวกว่าลำตัว

• ตัวผู้ยาว 11 – 13 มิลลิเมตร ตัวเมียยาว 11 – 15 มิลลิเมตร

• ปีกอาจยาวหรือสั้นกว่าส่วนท้องเล็กน้อย

• มีแถบสีดำอยู่ระหว่างตาทั้งสองข้าง

• ลำตัวสีน้ำตาลซีดแต่เป็นประกาย ขามีสีอ่อนกว่าลำตัว

• พบได้ในห้องครัว ชั้นวางของ ลิ้นชัก ซอกโต๊ะหรือกล่องเก็บของ

• ในช่วงเวลากลางวันจะหลบซ่อนตามพื้นที่ที่มนุษย์เข้าไม่ถึง

• ถ้ามีความชุกชุมมากจะพบบนเพดานและช่องว่างระหว่างผนังห้อง นอกจากนี้ยังพบได้ตามรอยแตกของทางเดินสนามหญ้า พุ่มไม้ และในถังขยะ

• มีอายุประมาณ 100 วัน

• ชอบอากาศอบอุ่น

• ตัวเต็มวัย 7– 10 วันจะผสมพันธุ์

• ตัวเมียที่มีไข่จะลากเกราะหุ้มไข่ติดกับท้องตลอดเวลาจนกว่าไข่จะสุก ประมาณ 2 - 4 สัปดาห์

• แพร่พันธุ์ได้เร็วมาก

วิธีการควบคุมแมลงสาบ

1. การควบคุมโดยใช้สารเคมี หลักการเลือกรูปแบบวัตถุอันตรายเพื่อใช้กับสถานที่ ดังนี้

แบบฝุ่น (Dust): ควรพิจารณาเลือกใช้ในบริเวณที่ไม่สามารถฉีดพ่นวัตถุอันตรายชนิดน้ำได้ เช่น แผงสวิทช์ไฟ ปลั๊กไฟฟ้า เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

แบบเหยื่อ (Bait): ควรใช้ภายหลังการฉีดพ่นแมลงสาบส่วนใหญ่หมดไปแล้วหรือใช้ในบริเวณที่มีปริมาณ แมลงสาบไม่ชุกชุมมากนัก

แบบน้ำ (Liquid Spray):ใช้ฉีดพ่นบริเวณแหล่งหลบซ่อนอาศัยและแหล่งอาหารของแมลงสาบ วัตถุประสงค์ เพื่อให้แมลงสาบตายทันทีหรือเพื่อให้มีฤทธิ์ตกค้างเป็นระยะเวลานาน

2. การควบคุมโดยวิธีการสุขาภิบาลและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลัก 5 ส. (สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย)

3. การควบคุมโดยวิธีกล เช่น การใช้เหยื่อ กับดัก

4. การควบคุมโดยวิธีกายภาพ การตรวจสอบสินค้า วัสดุสิ่งของ และการใช้เครื่องดูดฝุ่น

5. การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต ได้แก่ สาร Insect Growth Regulator (IGR) เป็นสารที่ออกฤทธิ์และ ให้ผลในระยะยาว

image 4
 © Copyright 2015 worldbug.net All Rights Reserved    โทร : 02-916-1562  Email : info@worldbug.net
Close [X] iTopPlus744512386466